จากมุมมืดสู่ด้านสว่าง จินตนาการ การ์ตูน กับวิถีชีวิต (ตอนที่ 3)
posted on 06 Sep 2005 09:15 by saacotReal & Virtual
ในโลกใหญ่ใบนี้
มีโลกอยู่ 3 ชนิด ตามคำนิยามของผม.
โลกไซเบอร์
แต่จะไม่ขอกล่าวถึงโลก ที่สร้างจากข้อมูล Electronic นี้แล้วกัน
โลกแห่งความจริง
real world ผมว่าทุกคนคงรู้จักกันดีอยู่แล้วครับ
เป็นโลกที่มีองค์ปรกอบหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมีความสัมพันธ์กัน เช่น ลักษณะทางด้าน
Physical
คือจับต้องได้, ความสัมพันธ์กับเวลา, ประสาทสัมผัส, พูดง่ายๆ ก็คือของจริงทั้งหมด
โลกที่เราอยู่ตอนนี้นั่นเอง โลกก็เกิดมาจากกลุ่มก๊าซ ก่อตัวเป็นดาวเคราะห์ โอ้เย.......ไม่พูดต่อหล่ะจะกลายเป็นวิทยาศาสตร์ไป
โลกแห่งจินตนาการ ไม่ได้เกิดขึ้น
มานานขนาดนั้นไม่ได้เกิดมากลุ่มก๊าซ หรือยุคน้ำแข็ง แต่มันเริ่มพร้อมกับที่มนุษย์เริ่มคิดเป็น
แน่นอน คิดเป็น นั่นคือความคิดที่มีการไตร่ตรอง และ
พิจารณาแล้ว และแม้นว่าเราจะไม่สามารถนิยามว่าจินตนาการเหล่านี้ว่าเป็นความคิดที่ถูกต้องและต้องดีงามได้
แต่ถือได้ว่าจินตนาการไม่ใช่ความคิดที่ขาดสติเลย มักจะออกมาในรูปเหตุและผลด้วยซ้ำ
ความคิดนั้นมีอยู่หลายรูปแบบ ดี เลว หมกมุ่น หรือสับสน
จินตนาการคือการเอาความคิดเหล่านี้ ก่อร่างสร้างให้มีรูปร่างเด่นชัดขึ้น ใครบางคนอาจจะคิดขึ้นว่า
ก็เหมือนภาพหลอนของคนตอนติดยาก็ได้ ก็อาจเป็นได้ครับมันไม่แปลก และยังไงผมก็ไม่รู้ว่าคนตอนติดยามันเป็นยังไง
และคงจะไม่พิสูจน์หรอกนะ แต่เชื่อเหอะ ภาพหลอนกับจินตนาการนั้นผิดกัน
ตรงที่ภาพหลอนเกิดจากจิตประสาทไม่มั่นคง ทำให้ควบคุมไม่ได้ อย่างที่บอกจินตนาการเกิดจาการไตร่ตรองแล้วสร้างมันขึ้นมา
ไม่ว่าจะเป็นความกลัวสิ่งต่างๆ ก็เกิดจากความคิดที่ถี่ถ้วนแล้วนั่นเอง แล้วเราคงไม่เรียกว่า
จินตนาการของคนติดยาเสพติดหรอกนะครับ เพราะเราคงไม่นิยามว่าประสาทหลอนคือความคิดที่ไต่ตรองไว้ก่อนนะนะ
ส่วนจินตนาการด้านลบ ผมมักเรียกว่าโรคจิตครับ...
+ ความสัมพันธ์ของสองสิ่ง
ความแตกต่างก็คงเห็นชัดกันอยู่แล้วระหว่างของจริงกับของไม่จริง งั้นในส่วนนี้คงเป็นการอธิบายถึงการเชื่อมโยงระหว่างโลกทั้งสอง
ในความคิดของ SaaCOT แล้วกันครับ คงไม่พูดเป็นหลักการอะไรมากนัก จะเชื่อตรงไหนก็ตามแต่ใจเด้อ ความสอดคล้องของ
2โลกนี้ก็แน่นอน เพราะคนที่คิดนั้นเป็นคนในโลก Real นั่นเอง และอาจกระทบไปสู่
Digital world เช่นกัน ดังนั้นในการจินตนาการเพื่อความงามสมจริง
สิ่งที่สร้างขึ้นตึงมีลักษณะของ real เข้าไปด้วยนั่นเอง
ชีวิตของผมครึ่งหนึ่งก็อยู่ในโลกจินตนาการ บางคนคิดว่า อ่ะห่ะ
ไอ้นี่เก็บกด เหอะๆ ไม่ใช่หรอกครับผมก็เข้าสังคมนะ เพราะยังมีชีวิตอีกครึ่งหนึ่งอยู่บนโลกนี้
จึงได้รู้ได้เห็นหลายอย่าง จนแทบอ้วกมาแล้ว แล้วทำไมผมจึงต้องสะเวลาอันมากกมายไปไว้แค่ในโลกจินตนาการล่ะ
ทำไมคนหลายคนอยากจะอยู่ในโลกจินตนาการจนแทบคลั่ง บางครั้งมันก็ไร้สาระนะ......ไม่ใช่จินตนาการ
แต่เป็น real บางครั้งโลกเราก็เน่าจนแทบจะหาหลืบอยู่ก็ไม่ได้ บอกได้เลยสิ่งสวยงามก็เลยต้องอยู่ในจินตนาการ
การคิดถึงสิ่งที่สวยงามกลับอยู่ในโลกที่ไม่มีวันเป็นจริงไป จากคำที่ว่าจงมองในสิ่งที่ดีจึงจะมีอยู่ชีวิตอยู่ต่อไป
ได้ในโลกในนี้นั้น กลายเป็นว่าผมต้องอยู่ในโลกเสมือนเพื่อที่จะให้มีกำลังใจสู้ในโลกจริงนี้
ก็เหมือนที่พักใจนั่นแหละ แค่จะให้มีอารมณ์ดี มีความกล้า แล้วคิดอะไรให้กว้างขึ้น และสามารถมองโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น
เท่านั้น ความจริงชอบนะครับโลกแห่งความจริง (real) แต่นั่นแหละ
เพราะชอบถึงต้องพยายามใช้ชีวิตให้ได้ไง
และอยากเห็นโลกนี้เหมือนในจินตนาการสักวัน..............สรุปคือเพราะจินตนาการที่ดี
ทำให้โลกนี้ดูสวยขึ้นได้ครับ.. แต่กลับกัน สิ่งโลกแห่งความเป็นจริงมีนั้นคืออะไร
สงคราม, ความเอาเปรียบ, ชนชั้น, โกหก,
เย่อหยิ่ง, วัตถุนิยม, และอาชญกรรม..... Real มีครบทุกสิ่งให้คุณเลือกสัน
สำหรับผมแล้วสิ่งเดียวที่มีค่าในโลกจริงๆ ใบนี้คือ ครอบครัวครับ ^_^
สิ่งไหนคือสิ่งที่สวยงามสำหรับคุณ
ตอบกับตัวเองนะครับ
.......และอย่าลืมว่า ควรแยกให้ออกเพราะบางครั้งนั่นก็อาจเป็นแค่จินตนาการที่คุณสร้างขึ้นเองปะปนอยู่โดยไม่รู้ตัวเช่นกันครับ....
จากมุมมืดสู่ด้านสว่าง จินตนาการ การ์ตูน กับวิถีชีวิต (ตอนที่ 2)
posted on 02 Sep 2005 10:44 by saacotนิทานมือน้อย
สวัสดีครับ!! เสียงเล็กๆ
จากสิ่งสิ่งหนึ่ง มันต้องการแนะนำตัวเองให้รู้จัก..
อะไร?นะ ไม่เข้าใจ
งั้นเราเรียกมันว่า มือน้อย ก็แล้วกัน
มือน้อยไปเที่ยวมาแล้วอยากจะเล่าประสบการของมันให้เราฟัง...เข้ามาซิ
แต่ดูท่า
หมอนี่จะเล่าเรื่องไม่ค่อยเก่งเอาซะเลย.... (ไม่เข้าใจซักนิด)
หดหู่ซะแล้วซิ..
สงสัยจะนั่งคิดอยู่....ดูแล้วน่าสงสาร
ดูเหมือนจะน้อยใจเล็กๆ อยู่แฮะ
ทำยังไงดี....
ทำยังไงดี....หาคนช่วยซิ
โอ้...นั่นซินะ
ต้องหาคนช่วย..... แล้วใครกันหละ?
จะทำยังไงกันน๊า
แต่ในที่สุดมือน้อยก็ออกเดินทางเพื่อหาคนมาช่วยเล่าเรื่องราว
แล้วใครจะมาช่วยมันนะ
.............
โอ้ะโอ๋!
วันหนึ่งมือน้อยกลับมา พร้อมเพื่อนใหม่
มันเริ่มมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
คราวนี้รู้สึกจะมีความมั่นใจมากในการที่จะเล่าเรื่องให้เราฟัง
มันเริ่มลากเส้น
1เส้น
ลากเส้นที่
2และ 3...
มือน้อยพยายามบอกเล่าเรื่องราวโดยใช้เฉพาะเส้นเพียงเท่านี้หรือ?
จากสิบ เป็นร้อย จากร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น มือน้อยตวัดดินสอนับ หมื่นๆ ครั้ง ด้วยความอุตสาหะและสานเส้นทุกเส้นเข้าด้วยกัน และเมื่อเสร็จแล้วมือน้อยก็ยืนชื่นชมกับความสำเร็จของมัน ไม่ใช่เพราะสวย หรือละเอียดอ่อน แต่เป็นความพยายาม มันได้สื่อสารความคิดของมันจนหมดแล้ว
เพื่อบรรยาย สิ่งที่มันคิดและอยากบอกเล่าเรื่องราวในสิ่งที่มันอยากจะเล่า ภาพ1ภาพประกอบด้วยเส้นมากมายอันมาจากความพยามของมือข้างหนึ่ง
ซึ่งแม้ถ้อยคำนับร้อยก็อาจอธิบายได้ไม่หมด....
ซึ่งถึงแม้จะเป็นเพียงภาพบูดๆ เบี้ยวๆ มันก็เริ่มจาเส้น 1เส้น 2เส้น 3เส้น และอีกหลายๆ เส้นเหมือนกัน บางครั้งการเล่าโดยใช้รูปภาพก็ไม่ได้มุ่งบอกถึงความสวยงามในลายเส้น
แต่เป็นเรื่องราวจากผู้เขียน(ที่พูดไม่ค่อยจะเก่ง)และพยายามจะเล่าถึงความคิดอ่านของตัวเอง ความรู้สึก ประสบการณ์ผ่านร้อนหนาว ให้คนที่อ่านได้รู้จัก ได้เรียนรู้ ได้สนุก และเพลิดเพลินไปกับมัน --
ในเรื่องราวที่เกิดจากภาพนับร้อยภาพ เส้นนับแสนนับล้านเส้นนี้ ในบางครั้งก็่หวังให้คนอ่านรู้เรื่องราวเพียงดูแว่บเดียวก็เพียงพอ...... และนั่นแหละที่ เรา
และ พวกเราเรียกมันว่า การ์ตูน
และสุดท้ายก็...
บ้าย บาย